July 23, 2026
เมื่อทันตแพทย์แจ้งว่าจำเป็นต้อง “ผ่าฟันคุด” หลายคนมักเริ่มรู้สึกกังวลทันที โดยเฉพาะคำถามที่ว่า ผ่าฟันคุดเจ็บไหม ต้องใช้เวลานานหรือไม่ หลังผ่าจะบวมกี่วัน และควรดูแลตัวเองอย่างไรจึงจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น
ความจริงแล้ว การผ่าฟันคุดเป็นหัตถการทางทันตกรรมที่พบได้ทั่วไป ระหว่างทำทันตแพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะที่เพื่อระงับความรู้สึกบริเวณเหงือกและฟัน จึงมักไม่รู้สึกเจ็บแปลบในระหว่างการผ่าตัด แต่อาจรู้สึกถึงแรงกด แรงดัน หรือการสั่นของเครื่องมือได้ ส่วนอาการปวด บวม และตึงบริเวณขากรรไกรมักเกิดขึ้นหลังยาชาหมดฤทธิ์ ซึ่งสามารถดูแลและบรรเทาได้ตามคำแนะนำของทันตแพทย์
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่ความหมายของฟันคุด เหตุผลที่ต้องผ่าฟันคุด ขั้นตอนการรักษา ตลอดจนวิธีดูแลตัวเองหลังผ่าตัด เพื่อช่วยให้เตรียมตัวได้อย่างถูกต้องและลดความกังวลก่อนเข้ารับการรักษา
ฟันคุด คือฟันที่ไม่สามารถขึ้นมาในช่องปากได้ตามปกติ อาจขึ้นเพียงบางส่วน เอียงไปด้านข้าง ชนกับฟันซี่ข้างเคียง หรือฝังอยู่ภายในเหงือกและกระดูกขากรรไกร โดยมักพบในฟันกรามซี่สุดท้ายหรือฟันกรามซี่ที่สาม
เนื่องจากฟันกรามซี่นี้ ขึ้นในตำแหน่งด้านในสุดของช่องปาก หากขากรรไกรมีพื้นที่ไม่เพียงพอ ฟันอาจไม่สามารถขึ้นตรงได้ จึงกลายเป็นฟันคุดที่ต้องได้รับการตรวจติดตามหรือรักษาตามความเหมาะสม
ฟันคุด ไม่ได้หมายความว่าทุกซี่จะต้องนำออกทันที หากฟันขึ้นตรง สามารถทำความสะอาดได้ดี ไม่มีการอักเสบ และไม่สร้างความเสียหายต่อฟันข้างเคียง ทันตแพทย์อาจพิจารณาตรวจติดตามเป็นระยะ
ปวดหรือบวมบริเวณฟันกรามซี่ในสุด
เหงือกรอบฟันคุดอักเสบหรือติดเชื้อซ้ำ
มีเศษอาหารติดใต้เหงือกและทำความสะอาดยาก
ฟันคุดหรือฟันซี่ข้างเคียงเริ่มผุ
เกิดโรคเหงือกบริเวณฟันคุด
พบถุงน้ำหรือความผิดปกติรอบฟัน
ฟันคุดดันหรือสร้างความเสียหายต่อฟันกรามซี่ข้างเคียง
จำเป็นต้องนำออกเพื่อประกอบแผนการรักษาทางทันตกรรมอื่น
การตัดสินใจว่าจะผ่าฟันคุดหรือไม่ จึงควรอาศัยการตรวจภายในช่องปากร่วมกับภาพเอกซเรย์ เพื่อประเมินตำแหน่งของฟัน ลักษณะรากฟัน ปริมาณกระดูกที่ปกคลุม และความใกล้ชิดกับเส้นประสาทหรือโครงสร้างสำคัญ
คำตอบคือ ระหว่างผ่าฟันคุดโดยทั่วไปไม่ควรรู้สึกเจ็บบริเวณที่ทำการรักษา เพราะทันตแพทย์จะฉีดยาชาเฉพาะที่ก่อนเริ่มผ่าตัด และจะตรวจสอบว่ายาชาออกฤทธิ์เพียงพอแล้วจึงเริ่มทำหัตถการ
สิ่งที่ผู้เข้ารับการรักษาอาจรู้สึกได้ คือแรงกด แรงโยก หรือการสั่นขณะทันตแพทย์นำฟันออก ความรู้สึกเหล่านี้แตกต่างจากอาการเจ็บ หากระหว่างทำรู้สึกเจ็บหรือยาชายังไม่เพียงพอ ควรแจ้งทันตแพทย์ทันที เพื่อให้ทันตแพทย์ประเมินและเพิ่มยาชาตามความเหมาะสม
สำหรับผู้ที่มีความวิตกกังวลมาก หรือมีฟันคุดที่ซับซ้อน ทันตแพทย์อาจพิจารณาวิธีช่วยผ่อนคลายอื่นร่วมด้วย เช่น การให้ยาระงับความกังวลหรือการให้ยาระงับความรู้สึก ซึ่งต้องประเมินเป็นรายบุคคลตามสุขภาพ ลักษณะของฟัน และความยากของการผ่าตัด
หลังยาชาหมดฤทธิ์ ผู้ป่วยอาจเริ่มรู้สึกปวด ตึง หรือบวมบริเวณแผล โดยอาการจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งฟันคุด ความลึกของฟัน ปริมาณกระดูกที่ต้องกรอ ระยะเวลาในการผ่าตัด และการตอบสนองของร่างกาย
การเตรียมตัวอย่างเหมาะสมช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่นและลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อน ผู้เข้ารับการรักษาควรแจ้งข้อมูลสุขภาพกับทันตแพทย์อย่างครบถ้วน ได้แก่
โรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือโรคเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด
ประวัติแพ้ยา แพ้อาหาร หรือแพ้ยาชา
ยา วิตามิน และอาหารเสริมที่รับประทานเป็นประจำ
ประวัติการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
การตั้งครรภ์หรือสงสัยว่ากำลังตั้งครรภ์
ประวัติการรักษาทางทันตกรรมและการผ่าตัดที่ผ่านมา
ไม่ควรหยุดยาประจำตัวด้วยตนเอง โดยเฉพาะยาที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ ความดันโลหิต หรือการแข็งตัวของเลือด ควรให้ทันตแพทย์ประเมินร่วมกับแพทย์ผู้รักษาเดิมก่อนเสมอ
หากเป็นการผ่าฟันคุดภายใต้ยาชาเฉพาะที่ โดยทั่วไปสามารถรับประทานอาหารก่อนมาคลินิกได้ตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมากเกินไป อย่างไรก็ตาม หากมีการใช้ยาระงับความรู้สึกหรือยาช่วยผ่อนคลาย อาจต้องงดน้ำและอาหารตามระยะเวลาที่ทันตแพทย์กำหนด
ขั้นตอนการผ่าฟันคุดอาจแตกต่างกันตามลักษณะและตำแหน่งของฟัน แต่โดยทั่วไปประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญดังนี้
ทันตแพทย์จะตรวจตำแหน่งฟันคุด สภาพเหงือก ฟันข้างเคียง และอาการอักเสบ จากนั้นใช้ภาพเอกซเรย์เพื่อประเมินทิศทางของฟัน รูปร่างรากฟัน ระดับความลึก และความสัมพันธ์กับเส้นประสาทหรือโพรงอากาศข้างจมูก
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ทันตแพทย์วางแผนการผ่าตัดและอธิบายความยาก รวมถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับผู้เข้ารับการรักษาได้อย่างชัดเจน
ก่อนเริ่มผ่าตัด ทันตแพทย์จะฉีดยาชาเพื่อทำให้บริเวณเหงือก ฟัน และเนื้อเยื่อรอบข้างไม่มีความรู้สึก ระหว่างฉีดยาชาอาจรู้สึกตึงหรือจี๊ดเล็กน้อยในช่วงสั้น ๆ
หลังจากนั้นทันตแพทย์จะรอให้ยาชาออกฤทธิ์และทดสอบความรู้สึกก่อนเริ่มผ่าตัด ผู้ป่วยจึงไม่ควรต้องทนเจ็บระหว่างทำ หากยังรู้สึกเจ็บควรส่งสัญญาณให้ทันตแพทย์ทราบทันที
หากฟันคุดยังอยู่ใต้เหงือก ทันตแพทย์จะเปิดเหงือกเพื่อให้มองเห็นตัวฟันและเข้าถึงตำแหน่งที่ต้องการนำออกได้อย่างเหมาะสม
ในกรณีที่ฟันถูกกระดูกปกคลุม อาจต้องกรอกระดูกออกบางส่วนอย่างระมัดระวัง เพื่อสร้างพื้นที่สำหรับนำฟันออกโดยไม่กระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้างเกินความจำเป็น
ฟันคุดบางซี่สามารถนำออกได้ทั้งซี่ แต่ฟันที่เอียง นอน หรืออยู่ลึกอาจต้องแบ่งตัวฟันออกเป็นส่วนเล็ก ๆ ก่อน วิธีนี้ช่วยให้ทันตแพทย์นำฟันออกผ่านช่องเปิดที่มีขนาดเหมาะสม และอาจช่วยลดแรงที่กระทำต่อกระดูกและฟันซี่ข้างเคียง
หลังนำฟันคุดออกแล้ว ทันตแพทย์จะตรวจสอบภายในแผล นำเศษฟันหรือเนื้อเยื่อที่ไม่จำเป็นออก และล้างทำความสะอาดบริเวณผ่าตัด
ทันตแพทย์อาจเย็บปิดแผลด้วยไหมละลายหรือไหมที่ต้องกลับมาตัด ขึ้นอยู่กับลักษณะของแผล จากนั้นผู้ป่วยจะได้รับผ้าก๊อซสำหรับกัดเพื่อช่วยห้ามเลือดและส่งเสริมการเกิดลิ่มเลือดบริเวณแผล
ขั้นตอนการผ่าตัดอาจใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในกรณีที่ฟันนำออกได้ง่าย ส่วนฟันคุดที่มีความซับซ้อนอาจใช้เวลานานขึ้น โดยทันตแพทย์จะประเมินจากภาพเอกซเรย์และลักษณะจริงระหว่างผ่าตัด
อาการปวด บวม มีรอยช้ำ หรืออ้าปากได้ไม่เต็มที่ เป็นอาการที่พบได้หลังผ่าฟันคุด โดยเฉพาะในช่วง 2–3 วันแรก หลังจากนั้น ระดับของอาการควรที่จะค่อย ๆ ลดลงมา
ผู้ป่วยบางรายอาจกลับไปทำกิจวัตรทั่วไปได้ในวันถัดไปเลย ขณะที่ผู้ที่มีฟันคุดอยู่ลึกหรือผ่าตัดหลายซี่อาจต้องพักประมาณ 1–3 วัน ความตึงของขากรรไกรหรืออาการระบมบางส่วนอาจคงอยู่ได้นานถึงประมาณ 1–2 สัปดาห์ แต่ควรมีแนวโน้มที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่รุนแรงขึ้น
ระดับความปวดของแต่ละคนไม่เท่ากัน จึงไม่ควรเปรียบเทียบกับประสบการณ์ของผู้อื่นโดยตรง สิ่งสำคัญคือรับประทานยาตามที่ทันตแพทย์สั่ง ดูแลแผลอย่างถูกต้อง และมาตรวจติดตามตามที่ทันตแพทย์นัด
ช่วง 24 ชั่วโมงแรก มีความสำคัญต่อการสร้างลิ่มเลือดภายในแผล ลิ่มเลือดทำหน้าที่ปกป้องกระดูกและเนื้อเยื่อด้านล่าง พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสมานแผล หากลิ่มเลือดหลุดเร็วเกินไปอาจทำให้เกิดอาการปวดและแผลหายช้าได้
ข้อควรปฏิบัติในวันแรก ได้แก่
กัดผ้าก๊อซตามระยะเวลาที่ทันตแพทย์แนะนำ
หากยังมีเลือดซึม ให้เปลี่ยนผ้าก๊อซตามคำแนะนำและกัดด้วยแรงสม่ำเสมอ
กลืนน้ำลายตามปกติ ไม่บ้วนหรือถ่มน้ำลายแรง
ไม่กลั้วปากอย่างรุนแรงในวันแรก
หลีกเลี่ยงการใช้ลิ้น นิ้ว หรืออุปกรณ์ไปสัมผัสแผล
รับประทานอาหารอ่อนที่อุณหภูมิไม่ร้อนจัด
เคี้ยวอาหารในช่องปากโดยด้านตรงข้ามกับด้านที่ผ่าฟันคุด
พักผ่อนและหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้แรงมากๆ
งดสูบบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
รับประทานยาตามคำสั่งของทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด
น้ำลายที่มีสีชมพูหรือมีเลือดปนเล็กน้อยอาจพบได้ในระยะแรก แต่หากเลือดออกต่อเนื่อง ปริมาณมาก หรือกัดผ้าก๊อซแล้วไม่หยุด ควรติดต่อคลินิกทันตกรรม
หลังผ่าน 24 ชั่วโมงแรก สามารถเริ่มทำความสะอาดช่องปากได้อย่างระมัดระวัง แปรงฟันซี่อื่นตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงการกระแทกแผลและไหมเย็บโดยตรง
ทันตแพทย์อาจแนะนำให้กลั้วปากเบา ๆ ด้วยน้ำเกลืออุ่นหรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดช่องปากที่เหมาะสมตั้งแต่วันถัดไป ไม่ควรกลั้วแรง เพราะอาจรบกวนลิ่มเลือดและเนื้อเยื่อที่กำลังสมานตัว
อาหารที่เหมาะสมในช่วงแรก เช่น
โจ๊กหรือข้าวต้มที่ไม่ร้อนจัด
ไข่ตุ๋นหรือไข่คน
เต้าหู้อ่อน
โยเกิร์ต
มันบด
ซุปข้น
ปลาเนื้อนุ่ม
กล้วยบดหรือผลไม้เนื้อนิ่ม
ควรหลีกเลี่ยงอาหารแข็ง กรอบ เหนียว เผ็ดจัด และอาหารที่มีเม็ดเล็ก เช่น ถั่ว งา หรือเมล็ดธัญพืช เพราะอาจติดเข้าไปในแผลได้ เมื่ออาการปวดและตึงลดลงจึงค่อย ๆ กลับมารับประทานอาหารตามปกติ
พฤติกรรมบางอย่างอาจทำให้เลือดออกมากขึ้น แผลหายช้า หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน ได้แก่
การสูบบุหรี่อาจรบกวนการสมานแผลและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแผลถอนฟันอักเสบหรือ Dry Socket จึงควรงดตามระยะเวลาที่ทันตแพทย์กำหนด และยิ่งงดได้นานยิ่งเป็นผลดีต่อการหายของแผล
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อเลือดออก รบกวนการสมานแผล และอาจเกิดปฏิกิริยากับยาบางชนิดที่ทันตแพทย์สั่ง
การวิ่ง ยกของหนัก หรือออกกำลังกายอย่างหนักในช่วงแรกอาจทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้นและมีเลือดออกจากแผลได้ ควรพักและกลับไปออกกำลังกายตามคำแนะนำของทันตแพทย์
ไม่ควรหยุดยา เพิ่มขนาดยา หรือซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเอง การใช้ยาควรเป็นไปตามแผนที่ทันตแพทย์กำหนดเท่านั้น เพราะผู้ป่วยแต่ละคนมีประวัติสุขภาพและข้อจำกัดในการใช้ยาต่างกัน
Dry Socket เป็นภาวะที่ลิ่มเลือดบริเวณแผลไม่ก่อตัว หลุดออก หรือสลายตัวเร็วกว่าปกติ ทำให้กระดูกและปลายประสาทภายในเบ้าฟันขาดการปกคลุม
อาการมักเกิดในช่วงประมาณ 3–5 วันหลังถอนหรือผ่าฟันคุด โดยอาจมีอาการปวดมากขึ้นหลังจากที่เคยดีขึ้นแล้ว ปวดตุบหรือปวดร้าวไปบริเวณหู มีกลิ่นปาก หรือมีรสไม่พึงประสงค์ภายในช่องปาก
หากสงสัยว่าเกิด Dry Socket ควรกลับไปพบทันตแพทย์ ไม่ควรพยายามแคะหรือล้างแผลด้วยตนเอง ทันตแพทย์สามารถทำความสะอาดแผลและใส่วัสดุช่วยบรรเทาอาการได้
หลังผ่าฟันคุด อาการปวดและบวมเล็กน้อยเป็นเรื่องที่พบได้ แต่ควรติดต่อทันตแพทย์หากพบอาการต่อไปนี้
เลือดออกไม่หยุด แม้จะกัดผ้าก๊อซตามคำแนะนำก็ตาม
อาการปวดรุนแรงขึ้นหรือยาไม่สามารถควบคุมอาการได้
อาการบวมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังผ่านไปหลายวัน
มีไข้ หนาวสั่น หรือรู้สึกไม่สบายผิดปกติ
มีหนอง กลิ่นปากรุนแรง หรือรสไม่พึงประสงค์จากแผล
มีอาการปวดมากในช่วงวันที่ 3–5 หลังผ่าตัด
มีอาการชาบริเวณริมฝีปาก คาง หรือลิ้นเป็นเวลานานผิดปกติ
มีผื่น หายใจติดขัด หรือสงสัยว่าแพ้ยา
หากมีอาการบวมภายในปากหรือบริเวณคอจนหายใจ กลืน หรือพูดลำบาก ควรไปยังแผนกฉุกเฉินทันที ไม่ต้องรอถึงวันนัดครั้งถัดไป
แม้การผ่าฟันคุดจะเป็นหัตถการที่ทำกันทั่วไป แต่ฟันคุดแต่ละซี่มีระดับความยากไม่เท่ากัน บางซี่ขึ้นเพียงบางส่วน ขณะที่บางซี่ฝังอยู่ใต้กระดูก มีรากโค้ง หรืออยู่ใกล้เส้นประสาท
การตรวจและวางแผนโดยทันตแพทย์จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่วยประเมินว่าควรนำฟันออกหรือเฝ้าติดตาม ควรใช้ภาพเอกซเรย์ชนิดใด และมีข้อควรระวังเฉพาะบุคคลหรือไม่ ผู้ป่วยควรสอบถามรายละเอียดให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ รวมถึงแจ้งโรคประจำตัวและยาที่ใช้ให้ครบถ้วน
ผ่าฟันคุดเจ็บไหม? ในระหว่างการผ่าตัด ผู้เข้ารับการรักษาโดยทั่วไปไม่ควรรู้สึกเจ็บบริเวณที่ทำ เพราะทันตแพทย์จะใช้ยาชาเฉพาะที่ก่อนเริ่มรักษา แต่อาจรู้สึกถึงแรงกด แรงโยก หรือการสั่นของเครื่องมือได้
หลังยาชาหมดฤทธิ์อาจมีอาการปวด บวม ตึงขากรรไกร หรืออ้าปากได้ไม่เต็มที่ โดยมักชัดเจนในช่วง 2–3 วันแรกและค่อย ๆ ดีขึ้น การกัดผ้าก๊อซตามคำแนะนำ ไม่บ้วนปากแรง รับประทานอาหารอ่อน งดสูบบุหรี่และแอลกอฮอล์ รวมถึงใช้ยาตามที่ทันตแพทย์สั่ง จะช่วยส่งเสริมให้แผลสมานตัวได้อย่างเหมาะสม
สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้ารับการตรวจและถ่ายภาพเอกซเรย์ก่อนผ่าฟันคุด เพื่อให้ทันตแพทย์ประเมินตำแหน่งของฟัน ระดับความยาก และวางแผนการรักษาที่เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย
สำหรับผู้ที่กำลังมีอาการปวด บวม เหงือกอักเสบ หรือสงสัยว่ามีฟันคุด สามารถเข้ารับคำปรึกษาได้ที่ คลินิกทันตกรรมเฉพาะทาง เดนทัลเวิลด์เชียงใหม่ (Dental World Chiangmai) คลินิกฟันชั้นนำในเชียงใหม่สำหรับทุกคนในครอบครัว
คลินิกให้บริการตรวจ วางแผน และรักษาปัญหาทางทันตกรรมอย่างครบวงจร มีทีมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและทีมอาจารย์คอยให้คำปรึกษา พร้อมดูแลการรักษาอย่างมืออาชีพ ตั้งแต่การประเมินภาพเอกซเรย์ การวางแผนผ่าฟันคุด ไปจนถึงการติดตามแผลหลังการรักษา เพื่อให้คุณดูแลสุขภาพช่องปากได้อย่างมั่นใจ มีสุขภาพฟันที่ดี และกลับมายิ้มได้อย่างสบายใจ
ไม่จำเป็นต้องผ่าฟันคุดทุกซี่ หากฟันไม่ก่อให้เกิดปัญหา ทันตแพทย์อาจแนะนำให้ตรวจติดตามเป็นระยะ แต่หากฟันขึ้นเอียง ทำความสะอาดยาก มีการอักเสบ ฟันผุ หรือสร้างความเสียหายต่อฟันข้างเคียง อาจพิจารณานำออก การตัดสินใจควรอาศัยการตรวจช่องปากและภาพเอกซเรย์ร่วมกัน
อาการปวดมักชัดเจนในช่วง 2–3 วันแรก และควรค่อย ๆ ลดลงหลังจากนั้น ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการระบมหรือตึงขากรรไกรต่อเนื่องประมาณ 1–2 สัปดาห์ หากอาการปวดกลับรุนแรงขึ้นหลังจากเคยดีขึ้น หรือมีไข้ กลิ่นปาก และรสผิดปกติ ควรติดต่อทันตแพทย์
สามารถรับประทานอาหารได้เมื่อยาชาเริ่มหมดฤทธิ์และเราสามารถควบคุมการกัดเคี้ยวได้ดี โดยเริ่มจากอาหารอ่อนที่ไม่ร้อน เช่น โจ๊ก ไข่ตุ๋น โยเกิร์ต หรือมันบด ควรเคี้ยวอีกด้านหนึ่งและหลีกเลี่ยงอาหารแข็ง กรอบ เหนียว หรือมีเม็ดเล็กในช่วงแรก
ผู้ที่ผ่าฟันคุดไม่ซับซ้อน อาจกลับไปทำกิจวัตรทั่วไปได้ภายในวันถัดไป แต่บางรายอาจต้องพักประมาณ 1–3 วัน ขึ้นอยู่กับจำนวนฟัน ความยากของการผ่าตัด และลักษณะงาน ควรงดออกกำลังกายหนัก ยกของหนัก หรือทำกิจกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงต่อเลือดออกในช่วงแรก และปฏิบัติตามคำแนะนำของทันตแพทย์ผู้รักษา
สนใจ ติดต่อได้ที่ คลินิกจัดฟัน เชียงใหม่
Facebook : dentalworldchiangmai
Phone : 053-209-100
Line : @pkf1109x